รวมเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่สาย Marketing ไม่ควรพลาด

7 April 2020 | Posted By : Big Creative

รวมเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่สาย Marketing ไม่ควรพลาด

เมื่อโลกออนไลน์ กลายเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสารและรับข่าวสารของคนในปัจจุบัน การตลาดออนไลน์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องให้ความสำคัญ โดยการทำการตลาดออนไลน์จะต้องเรียนรู้เครื่องมือการตลาดออนไลน์ เพื่อทำให้ตอบวัตถุประสงค์ทางการตลาดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์

1. เว็บไซต์ (Website)
         
การทำ เว็บไซต์ (Website) เป็นพื้นฐานของการทำการตลาดออนไลน์ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลจากทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกัน รวมไปถึงสามารถเชื่อมโยงไปยังช่องทางและแพลตฟอร์มอื่นๆได้ด้วย การทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องสอดคล้องวัตถุประสงค์ในการทำการตลาดออนไลน์ เช่น การสร้างเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ หน้าเว็บไซต์ต้องถูกออกแบบให้มีภาพลักษณ์ที่ดี มีการสื่อสารภาพกิจกรรมที่ดีขององค์กร มีความน่าเชื่อถือ หากต้องการใช้เว็บไซต์ในการสร้าง Content ก็ต้องสร้างเว็บไซต์เพื่อนำเสนอเนื้อหา ให้ความรู้  ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เป็นต้น ทั้งนี้การสร้างเว็บไซต์อาจถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ในหลายๆข้อก็ได้ แต่หลักของการทำเว็บไซต์คือการสร้างเว็บไซต์ให้ตอบวัตถุประสงค์ของแบรนด์ให้มากที่สุดนั่นเอง

2. SEM ( Search Engine Marketing)

การทำ SEM (Search Engine Marketing) คือการทำการตลาดโดยใช้ คำสำคัญ (Keyword) ผ่านการ ค้นหา(Search) ในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Google, Baidu,Yahoo,bing เป็นต้น หลายคนคงสงสัยว่า SEM และ SEO ต่างกันอย่างไร จริงๆแล้ว 2 คำนี้มีความใกล้เคียงกันมาก โดยการทำ SEO (Search Engine Optimization) คือกระบวนการในการใช้คำ Keyword มาใส่ในบทความ เว็บไซต์ หรือในช่องทางต่างๆเพื่อให้ขึ้นอันดับต้นๆในหน้า Search Page โดยการทำ SEO ก็มี 2 วิธีคือ การทำ SEO แบบไม่มีค่าใช้จ่าย และการทำ SEO แบบมีค่าใช้จ่ายจะเรียกว่า PPC (PayPerClick) โดยการทำ SEO ให้อยู่ในอันดับต้นๆนั้น ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จะต้องอาศัยระยะเวลา ความสม่ำเสมอในการทำเนื่องจากในแต่ละแพลตฟอร์มจะวิเคราะห์คำ Keyword เพื่อจัดอันดับและแสดงในหน้า Search Page โดยอัตโนมัติ ส่วนการทำ PPC คือการทำโฆษณาเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้ขึ้นอยู่อันดับต้นๆของหน้า Search Page ทันที แต่ก็จะแสดงข้อความว่าเป็นการโฆษณา ซึ่งอาจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงได้ ซึ่งการทำ SEO และ PPC มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันทำให้ในแต่ละแบรนด์ ต้องศึกษาถึงวัตถุประสงค์ของการทำการตลาดออนไลน์เพื่อเลือกวิธีการใช้ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

3. Content Marketing

          การทำ Content Marketing คือการนำเสนอสารที่แบรนด์ต้องการจะสื่อออกไปถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยผ่านกระบวนการคิด วางแผน กำหนดวัตถุประสงค์มาแล้ว และสามารถวัดผลได้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ บทความ ภาพ วีดีโอ แคปชั่น หรือในรูปแบบอื่นๆก็ตาม ส่วนใหญ่แต่ละแบรนด์ก็จะมีการทำ Content ที่แตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของการทำการตลาดออนไลน์ แต่จะต้องคำนึงถึง ภาพลักษณ์ของแบรนด์ วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และช่องทางในการนำเสนอเพื่อที่จะทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จได้   

4. E-Mail Marketing

          การทำ E-Mail Marketing คือการทำการตลาดโดยส่งข้อมูล หรือส่งสารที่จะนำเสนอผ่านช่องทาง
E-mail เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการทำการตลาดออนไลน์ โดยข้อดีของการทำ E-Mail Marketing คือสามารถส่งถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่จะส่งได้ และสามารถติดตามเป็นรายบุคคลได้ หลายคนอาจะคิดว่าการทำ E-Mail Marketing เป็นการทำเครื่องมือการตลาดที่โบราณ แต่ถ้าเราเลือกใช้อย่างถูกมีการกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน การทำ E-mail Marketing ก็เป็นอีกเครื่องมือที่จะทำให้ฐานลูกค้าของบริษัทของคุณมากขึ้น

5. Social Media Marketing

        ในปัจจุบันมี Social Media เกิดขึ้นมากมาย โดย Social Media ที่นิยมในประเทศไทยก็จะมี Facebook,Youtube,Line,Instagram,Twitter เป็นต้น ซึ่งในแต่ละ Social Media ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป และกลุ่มเป้าหมายของการใช้ Social Media ก็แตกต่างกัน ในปัจจุบันคนหนึ่งคนจะใช้ Social Media หลายช่องทาง จึงทำให้การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้ จำเป็นจะต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Social Media ของกลุ่มเป้าหมาย และวิเคราะห์เพื่อเลือก Social Media ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการสื่อสารการตลาดออนไลน์  

6. Influencer

          การที่จะสร้างความเชื่อมั่นและส่งสารจากแบรนด์ถึงผู้บริโภคบางครั้งต้องอาศัย Influencer คือ บุคคลที่เป็นผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ที่มีอิทธิพลในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ด้านการแต่งหน้า ด้านเทคโนโลยี ด้านการท่องเที่ยว และด้านสุขภาพ เป็นต้น เนื่องจากการสื่อสารจากตัวแบรนด์เองอาจไม่น่าเชื่อถือหรือดูเป็นการโฆษณาเกินไป จึงจำเป็นต้องหาคนมาพูดแทนแบรนด์ เหมาะสำหรับธุรกิจหรือสินค้าที่ต้องการความเชื่อมั่น แต่หากไม่มีความเชี่ยวชาญในการเลือก Influencer ก็อาจทำให้เกิดผลเสียต่อแบรนด์ได้ จึงจำเป็นจะต้องศึกษาวิธีการเลือก Influencer ที่เหมาะสมกับแบรนด์ เพื่อให้การใช้ Influencer ในการทำการตลาดออนไลน์ประสบความสำเร็จที่สุด

7. PR Online

                การประชาสัมพันธ์ออนไลน์ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของคุณ ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การสร้าง Campaign ออนไลน์ด้วยการ ติดแฮชแท็ก เพื่อรณรงค์หรือเพื่อการบริจาค นอกจากจะเป็นการสร้างการรับรู้ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อีกด้วย แต่ในการทำการประชาสัมพันธ์ออนไลน์จะต้องมีการคิด ศึกษา และวางแผนมาเป็นอย่างดีเพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดภาพลักษณ์ด้านลบมากกว่า

                เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ทางการตลาดเพื่อบรรลุเป้าหมายของธุรกิจของคุณ


BIG CREATIVE
 
 ที่ปรึกษาด้าน Marketing อย่างครบวงจรของประเทศไทยตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์-วางแผนทางการตลาดเชื่อมโยงผ่านช่องทางการตลาดทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคทุกช่องทางทั้งในรูปแบบ Offline Marketing และ Online Marketing .


ติดตามผ่านช่องทาง 
Website  www.bigcreativethailand.com
Facebook - www.facebook.com/bigcreativethailand 
Email - bigcreativethailand@gmail.com

 

 

ข้อมูลจาก หนังสือ Digital Marketing 



Copyright © 2017 BIG CREATIVE Powered by BIG CREATIVE THAILAND.com